จัดอันดับจักรยานเสือภูเขาที่น่าใช้ที่สุดในปี 2018

การเลือกซื้อจักรยานเสือภูเขาอาจเรื่องใหญ่เหมือนกับการซื้อรถซักคันเลยทีเดียว เพราะด้วยราคาเริ่มต้นของพวกมันนับว่าอยู่ในระดับน้องๆ บิ๊กไบค์ ในขณะที่อายุใช้งานของมันถ้าเราเลือกดีๆสามารถอยู่กับเราได้เป็นสิบปี และแม้ว่าพวกมันจะเก่าแต่ยังคงพาคุณไปถึงจุดหมายได้ทุกครั้ง ถ้าคุณหันมาเล่นทางนี้คงไม่มีอะไรที่หยุดคุณไม่ให้ซื้อคันใหม่มาครอบครอง ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัย ช่วยให้การขับขี่สนุก ราบรื่น และปลอดภัยมากขึ้น ถ้าหากคุณกำลังมองหาเพื่อนคู่ใจคันใหม่ที่จะลุยไปพร้อมกับคุณ หรือมองหาจักรยานคันแรกวันนี้คุณมาถูกที่แล้ว เพราะเรากำลังจะมาพูดถึงจักรยานเสือภูเขาที่กำลังมาแรงในปี 2018 ที่เราคัดมาแบบพิเศษที่นอกจากราคาจะถูกแล้วยังมีฟังก์ชันที่เกินตัวอีกมากมาย

Marin Hawk Hill 1

หากคุณมีงบประมาณที่จำกัด จำไว้ว่าคุณไม่ควรซื้อจักรยานที่มีระบบช่วงล่างด้านหน้าคุณภาพต่ำ และอีกอย่างมันจะไม่คุ้มค่าเงินในกระเป๋าหากเช่นกัน หากคุณไปเลือกซื้อตัวที่เป็น Full Suspension นอกจากว่าช่วงล่างนั้นจะช่วยปรับปรุงการขับขี่ของคุณให้ดีขึ้น โดยเจ้า Marin Hawk Hill 1 คันนี้มันตอบโจทย์หลายข้อมากสำหรับนักปั่น มันมาพร้อมกับเฟรมอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา มีช่วงโช๊คขนาด 130 มม. ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ขนาด120 มม. ล้อขนาด 27.5 นิ้ว พร้อมเกียร์ปรับได้ 10 ระดับ ช่วยให้เวลาขับลงเขาหรือขึ้นเขาสนุกมากยิ่งขึ้น แถมเมื่อเห็นราคาที่ไม่แพงถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของเรา ในราคาเพียงแค่ 45,000 บาท

Transition Carbon Sentinel GX

จักรยานเสือภูเขาจากค่าย Transition ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ตัวเฟรมทำมาจากคาร์บอนน้ำหนักเบาช่วยให้การปั่นลงเขาควบคุมได้ง่ายขึ้น ด้วยโช๊คหลังระยะยุบที่ 140 มม. และหน้า 160 มม. ขอบล้อขนาด 29 นิ้ว จักรยานตัวนี้มี 12 เกียร์ นั่นทำให้มันปั่นขึ้นเขาหรือลงเขาได้แบบสบายๆ ถ้าคุณมองหาคันที่ขับเล่นสนุกๆ มันอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นคนสายลุย Transition Carbon Sentinel GX ถึงจะเหมาะมากที่สุด 150,000 บาท

Santa Cruz V10

ในบรรดาไลน์ผลิตของ Santa Cruz เจ้าจักรยานดาวน์ฮิลล์รุ่น V10 ได้รับรางวัล World Cup มากกว่าจักรยานดาวน์ฮิลล์ตัวอื่นๆ ตอนนี้มันได้รับการปรับปรุงใหม่เอี่ยมดังนั้นมันจึงไม่ได้เหมาะสำหรับนักแข่งเท่านั้น แต่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักปั่นจักรยานทั่วไป V10 มาพร้อมกับโช๊คอัพขนาด 216 มม. สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่สุดขั้ว มีขอบให้เลือกตามความประสงค์ของลูกค้า ถ้าเป็นคนชอบความเร็วแนะนำที่ 22 นิ้ว ส่วนสำหรับคนที่จะเอาไปใช้ปั่นในวันหยุดแค่ 27.5 นิ้วก็เพียงพอแล้ว ราคาค่าตัวอยู่ที่ 180,000 บาท

http://fifa55true.postbit.com/fifa55.html